![]() |
|
Spaces home RihitoPhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
Rihitoทิ้งทวนความเป็นนักศึกษา
May 15 วันพุธ S&P ลด 20%ร้านขนมในห้างมักจะมีวันลดราคาวันใดวันหนึ่งในอาทิตย์ (วันโละของ) แต่ละแบรนด์ก็ต่างวันกัน
อย่าง S&P ปีนี้ลดวันพุธ ลดพวกพาย เค้ก คุ้กกี้บางชนิด ของคาวพวกขนมจีบ และตอนนี้มีโปรฯ
เค้กกล้วยหอม 2 ฟรี 1 ด้วยนะ
ส่วนตัวชอบกินขนมปังเนยสดมากๆ เคยกินแต่ของ Village (แบรนด์นี้ลด 30% วันพุธ อาทิตย์)
ไม่รู้ S&P จะอร่อยเท่ารึเปล่า พวกเยลลี่ เจลลี่ ในถังนั่นก็อร่อยนะ
ขนมเค้กพวกนี้ก็ลด 20%
สรุปได้มาแค่นี้เอง ซื้อมากก็อ้วนมาก T-T คุ๊กกี้ไม่อร่อยเลยอะ แต่ชอบพายเห็ดนี่แฮะ
เรื่องของเรื่องคือ อยากกินพายไก่กะพายเห็ด ทีนี้ถ้าเป็นวันพุธเค้าจะแพ็คคู่ไส้เดียวกันไว้
ถ้าซื้อ 2 รสก็ต้องซื้อ 4 อันถามพนักงานก็บอกว่ามีแต่แบบแพ็คไม่มีเดี่ยวๆ ซื้อเยอะก็กลัว
กินไม่หมด ราจะขึ้นซะก่อน เลยเลือกพายเห็ดกลับมา พอจ่ายเสร็จคนข้างหลังก็พูดขึ้นว่า
"น้องคะ พี่อยากได้พายไก่กะพายเห็ดอย่างละชิ้น" แล้วพนักงานก็ไปหยิบให้อะ โห่
ได้อย่างนี้ก็ไม่บอกกันอะ ไว้พุธหน้าจะเอามั่งจำไว้ๆ
แต่ถ้าร้านขนมที่ชอบก็ ยามาซากิ นี่แหละถึงไม่ลดก็ซื้อประจำเลย ของเค้าดีจริง ^^
May 12 Hot Pot Buffet เมเจอร์ปิ่นเกล้าปกติถ้าจะไปหาร้านอาหารสักที่ที่เมเจอร์ ปิ่นเกล้า ก็คงนึกถึงแต่ Sizzler ร้านเดียว แต่ทุกครั้ง
ก็จะแอบเหลือบดูร้านข้างๆเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้กินสักที อาจเป็นเพราะว่า Hot Pot ดูเป็นร้าน
บุฟเฟห์ราคาถูกเกินไปที่อยู่บนห้างล่ะมั้ง อารมณ์กลัวว่าจะเป็นแบบของน้อย ไม่อร่อย ประมาณนั้น
วันหนึ่งอันเนื่องมาจากไม่รู้จะกินอะไรแล้วจริงๆ สมาชิกทั้งหมดเลยพากันเดินเข้าร้าน Hot Pot
ก็มี ปานวาด พีชชี่ พลอยน้อย เราและน้องเพลง 5 คน หม้อเดียวออกหลากหลายรสนิยมไปนิด
แต่ก็สนุกดี ไลน์อาหารความจริงมีเยอะกว่านี้ หลักๆก็มีเนื้อหมู ไก่ ปลา (ไม่มีซีฟู้ดนะ) ลูกชิ้น
หมี่หยก(ใส่แล้วน้ำเขียว - -) ตับ เกี๊ยวหมู เห็ด หมึกกรอบ ผักสดกับไข่ไก่ไม่อั้น(ได้ใจจริงๆ)
เบคอน หมูเด้ง ฯลฯ
นอกจากไลน์อาหารแล้วก็มีพวกสลัดผักสด ซูชิ (รสชาติแบบธรรมดา แต่ดีกว่า Shabushi)
ของทอด ข้าวผัด เสตก(ไก่ หมู ปลา) ขนมหวาน น้ำแข็งไส
ที่ตักมาก็มีเนื้อปลา ลูกชิ้น เกี๊ยวหมู หมี่หยก
หมู ไก่ ตับ หมูเด้ง(กินไปหลายแพ็ค)
ข้าวห่อสาหร่าย ซูชิ หน้าไข่หวานกับปูอัด เสตกหมู ที่รสชาติไม่ค่อยเหมือนเสตกนักเหมือนพวก
หมูทอด ไก่ทอด
เริ่มต้มแล้ว บรรยากาศวุ่นวายน่าดู น้ำจิ้มที่นี่อร่อยดีมีให้ปรุงกันตามใจชอบ
โดนรมควันกันอยู่สองคน...
บรรยากาศไลน์อาหาร สังเกตภาพแรกทางขวามือ..
ประชันกันทำขนมหวาน น้ำแข็งไส หลายแบบเหลือเกิน
พรีเซนเตอร์ ปานวาด...
Hot Pot Buffet นี้ในราคาคนละ 129++ หรือประมาณ 150 บาท ค่าน้ำแยกต่างหากและ
ค่อนข้างแพง แต่โดยรวมแล้วอยู่ที่คนละ 170 บาทซึ่งเปรียบเทียบแล้วราคาพอกับสุกี้ MK
ถ้าจะถามว่าร้านอร่อยกว่า ยกให้ MK แต่ Hot Pot ก็มีข้อดีและเหมาะจะไปกินกับเพื่อนๆเพราะ
ใครกินมากกินน้อยยังไงก็ได้ อยากกินอะไรก็ได้ไม่ต้องเกรงใจเวลาสั่ง มีของกินหลากหลายดี
สาขานี้คนไม่ค่อยเยอะมาก วันนั้นไปกินประมาณ 18.30 - 20.30 คนไม่เต็มร้าน บรรยากาศ
จึงไม่อึดอัด นั่งคุยกันสบายๆได้ แต่ถ้าไปกินกับครอบครัว MK น่าจะเหมาะกว่าแต่สุดท้ายก็แล้ว
แต่ความชอบและโอกาสของแต่ละคน ^^
ชั้นล่างมีร้าน McCafe' แมคโดนัลเพิ่มไลน์ใหม่เป็นบรรยากาศผู้ใหญ่ๆ ช่วงเวลาบ่ายๆเครื่องดื่ม
ลด 50% น่าไปนั่งดีเหมือนกัน
May 08 ร้านหลุยส์ท่าพระจันทร์, เค้กช็อคโกแลตไม่ทราบชื่อร้านร้านหลุยส์ท่าพระจันทร์ร้านที่เก่าแก่มากๆ ดูจากสภาพเป็นร้านที่เด็กศิลปากรวังท่าพระคงจะเคยกิน
กันทุกคน ช่วงนี้อากาศร้อนคนเลยใช้บริการห้องแอร์กันเยอะ ก็จ่ายค่าแอร์กันไปคนละ 3 บาท
ร้านนี้มีชื่อเรื่องอาหารหลากหลายมากๆ มีทั้ง เสตก มะตะบะ ปอเปี๊ยะ ผัดไทย ขนมปังหน้าหมู และ
อาหารตามสั่งอีกมากมาย ไปตอนบ่ายแก่ๆ คนเยอะพอควร พาน้องไปด้วยดูมันอารมณ์ติสเหลือเกิน
สั่งน้ำมาก่อนเป็นชาเย็นกับสตอเบอรี่ปั่นหวานเย็นชื่นใจ
สั่งอาหารมาละ เป็นยำปลาดุกฟู (50฿) ข้าวผัดนรก ปลาหมึก จานนนี้อร่อยมาก(30฿) แนะนำๆ
สั่งผัดไทยเพิ่มบอกจะเอากุ้งสด ดันไม่มี ใส่ไก่มาแทนซะงั้น - -
อิ่มละหมดไปร้อยต้นๆ ว่าแล้วก็เดินย่อยกัน เสียตังค์ซื้อเสื้อ XL ให้ไอ้น้องไปอีก 200 บาท
เราว่าท่าพระจันทร์เนี่ย เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า สวยนะแต่แพงไปหน่อย บางทีก็ซื้อเหมือนกันเพราะ
ขี้เกียจไปเดินหา ถูกแต่เหนื่อย ที่นี่ถือว่าคัดของที่ดีๆมาแล้วแต่จ่ายเพิ่มขึ้นนิดนึง
หายอิ่มไปหน่อยไปหาขนมเค้กกินต่อ ชื่อร้านอะไรไม่รู้แต่อยู่ใกล้ๆกับร้านหลุยส์น่ะแหละ ดูท่าทาง
เข้าท่าดีพอเข้าไปรู้สึกผิดหวังปานกลาง - มาก จะเพราะอะไรนั้นจะบอกทีหลัง
ราคาเค้กอยู่ที่ประมาณชิ้นละ 50 - 70 บาทร้านนี้ขายอาหารด้วยมีทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง ชั้นล่าง
ดูแคบๆแต่ชั้นบนมีอีก 6 - 8 โต๊ะทีเดียว
บรรยากาศดูโอเคดีนะ ด้านล่างสีโทนส้ม ด้านบนสีโทนฟ้า
สั่งเค้กช็อคโกแลตมากินกับสมูธตี้โกโก้อร่อยดี หมดนี่ก็ประมาณ 100 บาท
ที่บอกว่าผิดหวังคือไอ้คนเสิร์ฟ ผู้ชายหน้าบูดบึ้งมาก เหมือนโกรธใครมา วางของกระแทกเสียงดัง
ที่นี่ไม่มีน้ำเปล่าบริการนะ ถ้าอยากกินน้ำเปล่าก็ต้องซื้อน้ำขวด (สงสัยเราจะผิดเองที่ติดมาตรฐาน
Swensens อย่างน้อยก็น่าจะมีน้ำเปล่าแก้วเล็กๆให้สิ ขนาดร้านข้าวเพิงๆยังมีให้เลยนะโธ่)
จบร้านนี้เพียงเท่านี้เมื่อไม่ค่อยพอใจก็รีบกินรีบไป ขี้เกียจจะหาชื่อร้านละ คราวหน้าหาร้านอื่นดีกว่า
เดินต่ออีกหน่อยอยากจะข้ามไปฝั่งวังหลังเหลือเกินแต่กลัวน้ำทั้งพี่ทั้งน้องเลยตัดสินใจกลับ
ตอนขึ้นรอรถเห็นไอ้ตู้นี่ทำน่ารักดี เติมเงินแฮปปี้ 20 บาทมีคำทำนายด้วยผ่านไปคราวหน้าจะลอง
เติมดู ไม่รู้จะแม่นแค่ไหนนะ ^^
May 07 เซ็นทรัลปิ่นเกล้าเปลี่ยนไป!!ความจริงเรื่องนี้จะอัพมาประมาณ 4 วันที่ผ่านมาแล้ว แต่เนื่องจากระหว่างพิมพ์อยู่ดีๆ ไฟตก !!!!!!
ต่อหน้าต่อตา เลยเกิดอาการ นอย ไม่อัพมันซะเลย วันนี้เอาสั้นๆละกันเด้วเกิดดับปุปปับอีก T-T
เอาล่ะ ที่ว่าเซ็นทรัลปิ่นเปลี่ยนไปก็คือ ร้านไอศกรีม เยอะขึ้น!! เพิ่มมาประมาณ 3 - 4 ร้านทีเดียว
สงสัยโลกมันจะร้อนมากเกินไป เลยหันมาทำธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นเยอะ อีกเรื่องคือชั้นบนตรงที่เคยเป็น
ร้าน Daiso 60 เก่า สร้างเป็นศูนย์อาหารที่ดูไฮโซขึ้น และราคาที่แพงกว่าตรงจุดเดิม แต่ความสบาย
ก็มากขึ้นด้วย
จุดที่ชอบเลยคือ มีโซนที่นั่งไว้หลายแบบ เช่น แบบโต๊ะธรรมดา แบบโซฟา และรับลมแบบ open air
เลือกได้ตามชอบใจ คนไม่เยอะถ้ามานั่งคุยกัน นั่งอ่านหนังสือ นั่งรอเพื่อน ตรงนี้ดีกว่าตรงหน้าโรงหนัง
เยอะเลย
บรรยากาศดีแต่เราว่าอาหารไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ เสตกไก่ของปานวาด อยู่ที่ 80 บาท ของเรา
สั่งแกงกะหรี่หมูทอด 45 บาท เป็นแกงกะหรี่ที่ไม่อร่อยที่สุดตั้งแต่กินมา...
ไม่ใกล้ไม่ไกลในโซนนี้ ร้าน Daddy Dough ร้านโดนัทในดวงใจ ที่ผ่านๆมาต้องฝากกั๊กซื้อเวลา
ไปพารากอน มันมาเปิดที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าแล้ววววววว เย้ ดีใจ กับความอ้วนที่คืบคลานเข้ามา - -"
โดนัทร้านนี้สำหรับคนชอบหวาน ออฟถามคนขายว่า ขอแบบช็อคโกแลต ขมๆ เค้าถึงกับงงเลยอะ
ราคาชิ้นละ 19 บาทพอๆกับพวกดังกิ้นแหละนะ ยกเว้นพวกพายกุ้ง พายไก่ประมาณ 39 บาท
โซนนี้ยังมี Red Mango ไอศกรีมโยเกิร์ต กินแล้วไม่อ้วน (หรอ) Cone Pizza พิซซ่าใส่โคน
ไปลองกันได้ๆ
เดินๆไป อยากกินมูลาเต้อะ เหลือแก้ว 25 บาทเองจำได้ว่าเมื่อก่อนประมาณ 40 บาท
ก่อนกลับเดินไปชั้นล่างมีงาน Candy Festival โดยมีการเอาสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมาจัดไว้ด้วย
ใช้ลูกอมเม็ดสีต่างๆมาต่อติดกัน สวยงาม(น่ากิน) มาก ข้างๆมีบูธขายขนมหวานพวกช็อคโกแลต
ขนมหวานต่างๆ ขายด้วย
จบดีกว่า หลอนและเห็นไฟกระพริบๆจะดับอีกไหมเนี่ยยย T-T
*เพิ่มเติม รูปพรีเซนเตอร์ Daddy Dough :P
April 30 บ๊ายบายโทรเลขไทยApril 29 ร้านป้าเก๋ อาหารเวียดนามนานๆจะได้มีโอกาสกินอาหารอาหารเวียดนาม ไม่ใช่ไม่ชอบนะแต่ไม่รู้จะไปกินที่ไหน วันนึงพี่โจ้
ก็ชวนไปกินแหนมเนืองตรงเชิงสะพานซังฮี้ (ก่อนถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา) ชื่อร้าน
ว่าร้านป้าเก๋ พี่เค้าชมนักหนา เราลองไปกินดูปรากฏว่าอร่อยมากจริงๆด้วย ^^
และด้วยความที่มันอยู่ใกล้หอ แล้วก็เป็นทางผ่านเวลาไปกลับอนุสาวรีย์ มาซ้ำครั้งที่ 2 นี่พา
น้องสาวตัวอ้วนมาด้วย มาถึงตอนประมาณบ่ายสองได้
บรรยากาศในร้านก็ธรรมดาๆ สมัยก่อนพี่โจ้บอกว่ามีห้องแอร์อยู่ด้านบน แต่เดี๋ยวนี้ปิดไปแล้ว โต๊ะ
ข้างล่างมีประมาณ 6 - 8 โต๊ะ มีพัดลมตั้งไว้ทั่วถึง ถ้ามากินตอนเย็นๆแล้วนั่งข้างนอกจะเย็นสบาย
มาก วันนี้ร้อนไปนิดนึงแต่คนก็เต็มร้านนะ ปกตินั่งรถผ่านแอบมองเข้ามาก็เห็นคนเต็มร้านประจำ
เมนูมาแล้ว ข้างในมีหมนูอาหารเวียดนามเยอะเลยส่วนมากก็ แป้ง เส้น ผัก แหนม หมู เนี่ย เลยสั่ง
ปอเปี๊ยะทอด (50 ฿) แหนมเนืองอีกชุด (60 ฿)
เริ่มจากผักตะกร้าใหญ่เลย สมกับเป็นอาหารเวียดนามจริงๆ น้ำดื่ม (10 ฿) น้าจิ้มนี่ออกเปรี้ยวใสๆ
และแล้วอาหารก็มา ปอเปี๊ยะกรอบอร่อยดีจริง แหนมเนืองตอนแรกก็คิดว่าแพงจังเส้นแค่เนี๊ยะ
60 เชียวแต่กินๆไปก็เยอะเหมือนกันนะ ตอนแรกถ้าไม่เคยกินจะกินไม่เป็นน้ำในชามฟ้า น้อง
เรามันก็งงนึกว่าเอามาล้างมือ ไม่ช่ายย!! เอามาแช่แป้งให้นิ่ม (แป้งประมาณ20แผ่นได้) ซึ่ง
พอแป้งนิ่มแล้วก็เอา แหนม ผักต่างๆใส่ลงไป ราดด้วยน้ำจิ้มอีกถ้วยที่มากับชุดจะเป็นรสหวาน
ออกข้นหน่อย ห่อแล้วก็กินได้เล้ย ^^
ข้อมูลร้านป้าเก๋
สถานที่ ถ้ามาทางอนุสาวรีย์ลงป้ายก่อนขึ้นสะพานซังฮี้ จะมีสะพานลอยข้ามมาเจอเลย
ราคา 50 - 1xx บาทไม่มี service charge และ VAT
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 - 22.00 น.
คะแนน 9/10
อยากกินแหนมเนืองอร่อยๆ ราคาไม่แพงลองไปดูนะ ไปตอนเย็นๆ หน่อยก็นั่งสบายดี April 10 เก็บตกงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา, ไปดูน้องหมาที่จตุจักรไปเอาซะวันสุดท้ายสำหรับงานสัปดาห์หนังสือ ก็เกรงๆ กลัวว่าคนจะเยอะแต่กลับไม่เยอะมากเท่าไหร่
ในช่วงเช้าเรียกว่าเบาบางเลยดีกว่า สอบถามพี่ที่ขายหนังสือกันอยู่เค้าก็บอกว่า ปีนี้งานมีตั้ง 13 วัน
และเป็นวันสุดท้ายคนเลยไปเที่ยวที่อื่นกันหมดแล้วละมั้ง เราเลยได้เดินสบายๆตั้งแต่ 11.00 -14.00
พอมาช่วงก่อนกลับคนก็เริ่มถาโถมมากขึ้น แต่ปีนี้ไม่มีอารมณ์อยากซื้อเท่าไหร่เลยแฮะ สงสัยเป็นเพราะ
มีทั้งหนังสือเล่มเก่าๆ หนังที่ดองไว้หลายเรื่อง ภาระงานที่ต้องจัดการให้เสร็จ เลยกลายเป็นว่าพาน้องมา
เดินเล่นๆ ดูนู่นดูนี่ สรุปสุดท้ายได้การ์ตูนกลับมา 1 เล่ม คือ The Top Secret สนพ.บงกช ผลงานของ
Shimizu Raiko ที่เราเป็นแฟนคลับมาหลายปี อ่านเกือบทุกเรื่อง แนะนำให้ไปอ่าน ของเค้าดีจริงๆนะ
น้องเราก็ได้ไปอ่าน 3 4 เล่มเหมือนกัน หนังสือเล่มหนึ่งที่เราไม่เคยรู้จักเลย แต่ถูกท่านพ่อวานให้ซื้อ
กลับไปให้อ่าน คือ "ลับ ลวง พราง" เนื่องจากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 ให้ความสนใจกับหนังสือ
เล่มนี้ โดยเชิญ 'วาสนา นาน่วม' ไปออกรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ 2 ตอนติด ซึ่ง 'วาสนา นาน่วม' เล่าให้ฟัง
ถึงเนื้อหาของหนังสือ จึงเกิดการอยากจะอ่านของเจ้าคุณพ่อ
และบังเอิญได้พบกับคุณ 'วาสนา นาน่วม'นักเขียนมาแจกลายเซ็นด้วย จึงเกิดการอยากจะรู้ว่ามันคือหนังสือ
เกี่ยวกับอะไร สรุปก็คือ เป็นการกล่าวถึงการปฏิวัติ ความล้มเหลวของคมช. อะไรเทือกนั้น และต้องตกใจ
กับข่าวที่ได้อ่านว่า
" ลับ ลวง พราง กลายเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุด โดยวันแรก (27 มีนาคม) ขายได้ถึง 2,143 เล่ม ถือเป็น
สถิติใหม่ของสำนักพิมพ์มติชน ทำให้ต้องสั่งพิมพ์เพิ่มเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งปกติทางสำนักพิมพ์จะสั่งพิมพ์ครั้ง
ละ 3,000 เล่ม แต่ครั้งนี้สั่งพิมพ์เป็นหมื่นเล่ม และคงต้องพิมพ์อีก เพราะกระแสการตอบรับดีมาก จนเกิด
ปรากฏการณ์แห่ซื้อหนังสือเล่มนี้กันชนิดที่ทางสำนักพิมพ์ยอมรับว่าจัดให้ไม่ทัน "
ขนาดนั้นเลยนะเนี่ย แต่วันที่ไปก็ยังมีหลายเล่มอยู่นะ เอาไว้พ่ออ่านจบจะสัมภาษณ์มาว่ามันดีจริงหรือไม่อย่างไร
อีกอย่างหนึ่งที่เป็นสีสันในงานทุกๆปีก็คือ พวก Mascot ที่เดินไปเดินมา ปีนี้มีทั้ง หมี ผี และลูฟี่ ทีแรก
ก็อยากจะถ่ายคุณผีมา (น้องซื้อหนังสือด้วย) แต่ด้วยโอกาสไม่อำนวยเลยได้น้องหมีมาแทน เริ่มจากสะกด
รอยตามก่อน พอเข้าใกล้ได้ก็สะกิดๆ น้องหมีชูสองนิ้วให้ด้วย
ต่อมาก็เก็บตกที่ไม่ใช่วันเดียวกัน คือ ไปจตุจักรเพื่อไปดูน้องหมา พันธุ์ที่น้องเราชอบคือ พิทบลูเทอเรีย
สายพันธุ์หน้าโง่ ที่ราคาทำเอาโง่ไปนานเลยเหมือนกัน แต่เราชอบหมาที่ฟูๆอ้วนๆ หน้าดำๆแบบเนี้ยมากกว่า
อะ มันดูน่ารัก ใสซื่อดีจัง
กลับมาดูพันธุ์ พิทบลูเทอเรีย กันดีกว่าความจริงมันก็ดูน่ารักแบบโง่ๆหมือนกันนะ ขนเกรียนท่าทาง
เลี้ยงง่าย หูสั้นติดหัว ตัวนี้ราคา 6500 อ่า ไม่ไหวๆแล้วจะเอาอะไรเลี้ยงมันล่ะเนี่ย
จากการเดินดูน้องหมาพันธุ์ต่างๆ ก็รู้สึกสงสารพวกมันเหมือนกัน วันๆหนึ่งโดนจับโดนอุ้มเท่าไหร่ อากาศ
ก็ร้อนตับจะแตกยังต้องโดนพามาขายอีก คนหลายร้อยคนมาจากคนละที่มีเชื้อโรคปะปนกันมากี่ล้านชนิด
ก็ไม่รู้ น้องหมาพวกนี้ส่วนมากเลยดูไม่ค่อยจะแข็งแรง และไม่กระตือรือร้นเท่าไหร่เลย ถ้าจะซื้อจริงๆ คง
ไปซื้อที่ฟาร์มดีกว่า ถ้าเอาแบบไม่แข็งแรงมา ถ้ามันตายไปก็ต้องมานั่งเสียใจอีก :(
April 08 Tsubakiya สุขุมวิท 33/1หลังจากเดินทางมาจากที่บ้าน พร้อมหนีบน้องสาวตัวอ้วนกลับมาด้วยความหวังที่ว่า จะได้มีข้ออ้าง
ไปหาของกิน ร้านที่จะไปนี้คือร้าน Tsubakiya ที่อยู่สุขุมวิท 33/1 พวกเราจึงลงรถที่ท่าเอกมัย
เพราะสามารถนั่งรถไฟฟ้าไปได้แค่ 2 สถานีเท่านั้น ลงที่สถานีพร้อมพงษ์ ออกทางออกที่ 5 ลงปุ๊ป
เจอปั๊ปเลยทีเดียว
เดินเข้าซอยไปเรื่อยๆ ก็ได้เข้าใจแล้วว่าตรงนี้มันย่านญี่ปุ่นซะจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ผู้คน
ซุปเปอร์มาเก็ต ก็เป็นแบบญี่ปุ่น อย่างร้านขนม Custard Nakamura ที่เลื่องชื่อ (เคยแต่ได้ยินนะ)
ก็ดูแตกต่างจากร้านทั่วไปจริงๆ
เดินเข้ามาไม่ไกลก็เจอป้ายบอกทาง เดินต่อไปอีกหน่อยในที่สุดเราก็เจอร้านจนได้ หน้าร้านติดไว้ว่า
270 บาท ไม่มี service change
ภายในร้านจะแบ่งเป็น 3 แบบคือ นั่งโต๊ะสำหรับพวกที่กินแบบสั่งเป็นชุด หรือมาแบบครอบครัว
นั่งหน้าสายพานโดยมีเชฟชาวญี่ปุ่น+คนไทย | |||